25.9 C
Bangkok
Thursday, August 11, 2022
010
002
previous arrow
next arrow

แสนสิริ เผยปิดแคมป์ก่อสร้าง 30 วัน ไม่กระทบ มีที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่-พร้อมโอนให้เลือกเพียบ

แสนสิริ เผยมีที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่-พร้อมโอน มูลค่ารวม 14,000 ล้านบาท รองรับดีมานต์ ลั่นปิดแคมป์ก่อสร้าง 30 วัน ไม่กระทบการโอนและรับรู้รายได้ ในไตรมาส 2 มั่นใจผลงานตามเป้า จากยอดรับรู้รายได้ในครึ่งปีแรกและแบคล็อกที่ Secure เป้ารายได้ในปีนี้ไปแล้วถึง 78% เหลือที่ต้องทำอีกเพียง 22% ในครึ่งปีหลัง ก็จะทำได้ตามเป้ารายได้ที่วางไว้

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI)เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลประกาศมาตรการปิดแคมป์ก่อสร้าง เพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นนั้น แสนสิริพร้อมปฏิบัติตามมาตรการรัฐ โดยให้ความร่วมมือปิดแคมป์งานก่อสร้าง 30 วัน รวมทั้งออกแนวทางส่งเสริมด้านความปลอดภัยในแคมป์ก่อสร้างอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยผลักดันการแก้ปัญหาการระบาดโควิด-19 ให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อ สำหรับแสนสิริ ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดแคมป์ก่อสร้าง เนื่องจากมีการวางแผนการบริหารงานก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ (Speed to Market) รองรับทุกสถานการณ์ไว้แล้วล่าสุดแสนสิริมีที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่-พร้อมโอน #ของดีมีน้อย รองรับความต้องการลูกค้าได้ทันที ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโด มูลค่ารวม 14,000 ล้านบาท อาทิ คอนโดมิเนียมโครงการ XT ห้วยขวาง, XT เอกมัย, โอกะ เฮาส์, เดอะ เบส สะพานใหม่ KHUN by YOO inspired by Starck, เดอะ เบส เซ็นทรัล–ภูเก็ต, ดีคอนโด บลิส ศรีราชา และลา ฮาบานา หัวหิน นอกจากนี้ยังเตรียมโอนคอนโดมิเนียม ดีคอนโด ไฮด์อเวย์–รังสิต และ เอดจ์ เซ็นทรัล-พัทยา ในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงยังมีบ้านเดี่ยวแบรนด์คณาสิริ-สราญสิริ-บุราสิริ และเศรษฐสิริ บ้านและทาวน์โฮมแบรนด์ อณาสิริ รวมถึงโครงการทาวน์โฮมแบรนด์สิริ เพลส หลากหลายระดับราคา ตอบรับความต้องการทุกเซกเมนต์ให้เลือกถึงกว่า 57 โครงการ

“แสนสิริไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดแคมป์ก่อสร้าง สามารถส่งมอบที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าได้ตรงเวลา รวมทั้งยังมีที่อยู่อาศัยพร้อมเข้าอยู่ – พร้อมโอน รองรับความต้องการของลูกค้าได้ทันที รวมถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการโอน และรับรู้รายได้ ในไตรมาส 2 เนื่องจากที่อยู่อาศัยที่ต้องส่งมอบได้สร้างเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งคาดการณ์ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบต่อภาพรวมในปีนี้ เนื่องจากแสนสิริได้เตรียมทำแผน catch up งานก่อสร้างหลังกลับมาเริ่มก่อสร้างได้ไว้เรียบร้อยแล้ว มั่นใจในผลการดำเนินงานที่จะทำได้ตามเป้าหมาย จากการที่บริษัทมียอดรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีแรกและแบคล็อกที่ Secure เป้ารายได้ในปีนี้ไปแล้วถึง 78% เหลือที่ต้องทำอีกเพียง 22% ในครึ่งปีหลัง รวมถึงยอดโอนช่วงครึ่งปีแรกที่ทำไปได้แล้วถึง 14,700 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 50% จากเป้าหมายยอดโอนที่วางไว้ในปีนี้ 31,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริ และตอกย้ำความแข็งแกร่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของแสนสิริได้เป็นอย่างดี”นายเศรษฐา กล่าว 

นอกจากนี้ แสนสิริยังมีจุดแข็งจากการมี การก่อสร้างที่อยู่อาศัยด้วยระบบพรีคาสต์อยู่ในมือ ภายใต้กำลังการผลิตถึง 1.2 ล้านตารางเมตร รองรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ถึง 3,500 ยูนิตต่อปี ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยในโรงงานแห่งใหม่ ทำให้ลดแรงงานในงานก่อสร้าง แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ลดระยะเวลาในการก่อสร้างที่อยู่อาศัย เช่น งานโครงสร้างได้แล้วเสร็จในระยะเวลาเพียง 3-7 วัน

ส่วนการก่อสร้างด้วยระบบพรีคาสต์ ยังทำให้เกิดการผลิตหรืองานก่อสร้างที่มี Volume สูง ช่วยส่งเสริม Supply Chain ในอุตสาหกรรมก่อสร้างได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ล่าสุด แสนสิริยังชูความพร้อมในการพัฒนาที่อยู่อาศัยด้วยเทคโนโลยีและกำลังการผลิตในโรงงานพรีคาสต์ที่สามารถก่อสร้างที่อยู่อาศัยได้อย่างรวดเร็ว โดยงานโครงสร้างที่อยู่อาศัยด้วยระบบพรีคาสต์แล้วเสร็จรองรับไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2565 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทำให้แสนสิริสามารถส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งควบคุมต้นทุนทางการเงินในการดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้แสนสิริดำเนินธุรกิจอย่างแข็งแกร่งได้ในทุกสภาวการณ์

Related Articles

Stay Connected

22,878FansLike
3,430FollowersFollow
20,000SubscribersSubscribe
- Advertisement -spot_img

Latest Articles