Booking.com ได้เผยแพร่รายงานการเดินทางอย่างยั่งยืนประจำปี 2569 ซึ่งเป็นรายงานประจำปีครบรอบ 11 ปี เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้เดินทางและเข้าใจทัศนคติรวมถึงสิ่งที่ผู้เดินทางให้ความสำคัญในด้านผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการเดินทาง จากผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 32,500 คน จาก 35 ประเทศทั่วโลก รายงานของปีนี้ได้เน้นย้ำถึงความย้อนแย้งระหว่างวัยของผู้เดินทาง โดย 95% ของผู้เดินทางชาวไทยทุกช่วงวัย (85% ของผู้เดินทางทั่วโลก) ระบุว่าการเดินทางอย่างยิ่งยืนมากขึ้นเป็นสิ่งที่สำคัญหรือสำคัญมากสำหรับพวกเขา อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคนรุ่นใหม่จะแสดงถึงความตั้งใจในการสนับสนุนความยั่งยืนอย่างเข้มข้นขึ้น แต่พวกเขายังลงมือปฏิบัติจริงน้อยกว่า ขณะเดียวกัน คนรุ่นเก่าแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นมากกว่าผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
เมื่อมองไปยังภาพรวมของผู้เดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก น้อยกว่าครึ่ง (48%) ของผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม Boomer (ผู้ที่มีอายุ 61 ปีขึ้นไปในปี 2569) ระบุว่าพวกเขาต้องการที่จะเดินทางอย่างยั่งยืนมากขึ้นในช่วง 12 เดือนที่กำลังจะมาถึง เปรียบเทียบกับ 68% ของกลุ่ม Gen X (ผู้ที่มีอายุระหว่าง 45-60 ปีในปี 2569) 76% ของกลุ่ม Millennials (ผู้ที่มีอายุระหว่าง 29-44 ปีในปี 2569) และ 80% ของกลุ่ม Gen Z (ผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-28 ปีในปี 2569) แม้ว่ากลุ่ม Boomer จะแสดงความต้องการของพวกเขาน้อยกว่าวัยอื่น ๆ แต่การกระทำอาจสำคัญกว่าคำพูด เพราะเมื่อเป็นเรื่องของการปฏิบัติที่ผู้เดินทางกำลังทำเพื่อความยั่งยืนที่มากขึ้น คนรุ่นเก่ามีแนวโน้มที่จะเน้นลงมือทำมากกว่าคนรุ่นใหม่
– ในบรรดาผู้ที่ตั้งใจจะเดินทางอย่างยั่งยืนมากขึ้นในอีกหนึ่งปีข้างหน้า ผู้เดินทางกลุ่ม Boomer (75%) ระบุว่าพวกเขาจะลดการสร้างขยะขณะเดินทาง เมื่อเทียบกับกลุ่ม Gen X (55%) กลุ่ม Millennials (52%) และครึ่งหนึ่งของกลุ่ม Gen Z (50%)
– 63% ของกลุ่ม Boomer ตั้งใจที่จะลดการใช้พลังงาน (เช่น ปิดเครื่องปรับอากาศและไฟในห้องพักเมื่อพวกเขาไม่อยู่) เมื่อเทียบกับกลุ่ม Gen X (57%) กลุ่ม Millennials (51%) และกลุ่ม Gen Z (45%)
– 63% ของกลุ่ม Boomer ระบุว่าพวกเขาจะอุดหนุนร้านค้าท้องถิ่นหรือโชห่วยขณะเดินทางให้มากขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่ม Gen X (41%) กลุ่ม Millennials (40%) และกลุ่ม Gen Z (35%)
– คนรุ่นเก่า ๆ มีแนวโน้มที่จะวางแผนเพื่อเดินทางนอกช่วงฤดูท่องเที่ยวมากกว่าเดิม โดยเรียงจากกลุ่ม Boomer (67%) กลุ่ม Gen X (44%) กลุ่ม Millennials (40%) และกลุ่ม Gen Z (35%)
อย่างไรก็ตาม ยังมีบางประเด็นของความยั่งยืนที่คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะลงมือปฏิบัติจริงมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ชุมชนพื้นเมือง และการอนุรักษ์สัตว์ป่า
– เกือบหนึ่งในสามของผู้เดินทางกลุ่ม Gen Z (21%) และ Millennials (31%) ได้เข้าร่วมทัวร์หรือกิจกรรมที่พวกเขาได้เรียนรู้และมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มคนหรือวัฒนธรรมพื้นเมือง เมื่อเทียบกับกลุ่ม Gen X (25%) และกลุ่ม Boomer (21%) ในช่วงสิบสองเดือนที่ผ่านมา
– มากกว่าหนึ่งในสี่ของกลุ่ม Gen Z (27%) และกลุ่ม Millennials (26%) ได้เข้าร่วมทัวร์หรือกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมระบบนิเวศหรือสัตว์ป่าในท้องถิ่น เมื่อเทียบกับกลุ่ม Gen X (20%) และกลุ่ม Boomer (13%)
สภาพอากาศสุดขั้ว: ความกังวลของผู้เดินทางทุกช่วงวัย
แม้กลุ่มผู้เดินทางในแต่ละช่วงวัยอาจมีความย้อนแย้งระหว่างสิ่งที่พวกเขาพูดและสิ่งที่พวกเขาทำ แต่สภาพอากาศสุดขั้วกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อจุดหมายปลายทางและช่วงเวลาของการเดินทางของพวกเขาในทุกช่วงวัย ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยระบุว่าพวกเขาพิจารณาถึงความเสี่ยงของสภาพอากาศสุดขั้วและภัยธรรมชาติเมื่อเลือกจุดหมายปลายทาง (86%) และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง (85%) ขณะเดียวกัน ผู้เดินทางชาวไทย 81% รายงานว่าพวกเขาตั้งใจหลีกเลี่ยงที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศสุดขั้ว โดย 83% พบว่าสภาพอากาศดังกล่าวทำให้พวกเขารู้สึกเครียดในการวางแผนการเดินทาง และ 69% รู้สึกว่าอากาศที่แปรปรวนบ่อยทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะเดินทางเมื่อไหร่
ที่น่าสนใจคือ ครึ่งหนึ่งของผู้เดินทางชาวไทย (50%) ได้ยกเลิกหรือเปลี่ยนแผนการเดินทางในสิบสองเดือนที่ผ่านมาด้วยเหตุผลเกี่ยวกับสภาพอากาศสุดขั้วหรือภัยธรรมชาติ (เช่น อุณหภูมิสูง พายุ ไฟป่า น้ำท่วม ฯลฯ) และมากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (67%) กล่าวว่าจุดหมายปลายทางบางแห่งมีอุณหภูมิที่สูงเกินกว่าจะเดินทางไปในช่วงเวลาที่พวกเขาต้องการ และได้ลบจุดหมายปลายทางเหล่านั้นออกจากรายชื่อจุดหมายปลายทางในฝันเมื่อได้ยินข่าวเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศสุดขั้วหรือภัยธรรมชาติ (70%)

ความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวกับการเดินทางอย่างยั่งยืน
ในความเป็นจริง ความพยายามด้านความยั่งยืนของผู้ให้บริการที่พักถือว่ามีความสำคัญสำหรับผู้เดินทางทุกวัยไม่ต่างกัน กว่าหนึ่งในสามของผู้เดินทางในแต่ละช่วงวัยกล่าวว่าพวกเขาวางแผนที่จะเข้าพักในที่พักซึ่งได้รับการรับรองด้านความยั่งยืนในอีกสิบสองเดือนข้างหน้า โดยแบ่งเป็นกลุ่ม Boomer (46%) กลุ่ม Gen X (37%) กลุ่ม Millennials (38%) และกลุ่ม Gen Z (37%) อย่างไรก็ตามการเข้าพักในที่พักดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงความตั้งใจของผู้เดินทางเท่านั้น เนื่องจากข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าในปี 2568 มีผู้เดินทางทั่วโลกจองที่พักที่ได้การรับรองด้านความยั่งยืนจากพันธมิตรบน Booking.com มากกว่า 100 ล้านห้อง**
นอกเหนือจากการเข้าพักในที่พักซึ่งได้การรับรองด้านความยั่งยืน หรือการปฏิบัติตามแนวทางที่เป็นที่ยอมรับ เช่น ลดการสร้างขยะ ประหยัดพลังงาน และการหลีกเลี่ยงการสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสัตว์ป่าแล้ว การพิจารณาเลือกช่วงเวลาและจุดหมายปลายทางอย่างถี่ถ้วนยังสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวกับการเดินทางอย่างยั่งยืนที่ผู้เดินทางตั้งใจจะนำมาใช้ในปี 2569
ไม่เพียงเท่านี้ ผู้เดินทางชาวไทย 34% กล่าวว่าพวกเขาตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นจนเกินไป 31% ของพวกเขาวางแผนที่จะเดินทางนอกช่วงฤดูท่องเที่ยว และ 23% มองหาจุดหมายปลายทางที่มีอากาศเย็นกว่า สำหรับผู้เดินทางที่เลือกเดินทางไปยังจุดหมายอันเงียบสงบ 47% ระบุว่าพวกเขาต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จุดหมายนั้น ๆ มีผู้คนหนาแน่นจนเกินไปซึ่งสอดคล้องกับความตระหนักรู้ที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของการเดินทางท่องเที่ยวต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
“รายงานด้านการเดินทางอย่างยั่งยืนประจำปี 2569 นี้แสดงให้เห็นว่า แม้ผู้เดินทางในแต่ละช่วงวัยจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนในการเดินทางที่แตกต่างกัน แต่การปรับตัวรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วและหลีกเลี่ยงความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวกลายเป็นวิถีการเดินทางใหม่ของทุกวัน” Danielle D’Silva : Head of Sustainability Booking.com กล่าวและว่า “พวกเรารู้สึกได้รับกำลังใจในหลากหลายรูปแบบจากผู้เดินทางที่กำหลังเดินทางอย่างยั่งยืนมากขึ้น และพวกเขามีแนวโน้มที่จะทำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเข้าพักในพักที่ได้การรับรองด้านความยั่งยืนจากพันธมิตรบน Booking.com มากกว่า 100 ล้านห้องในปี 2568 การหันมาใช้ขนส่งสาธารณะหรือการหันมาใช้รถไฟฟ้าระหว่างการเดินทาง รวมถึงการเลือกเดินทางไปยังจุดหมายที่มีอากาศเย็นกว่าหรือแออัดน้อยกว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านการเดินทางดิจิทัลระดับโลก พวกเราต้องการช่วยให้ผู้เดินทางและพันธมิตรทุกคนสามารถเลือกแนวปฏิบัติที่สร้างความยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทุกคนได้สสนุกไปกับประโยชน์ที่ได้จาการเดินทาง และเพื่อให้จุดหมายปลายทางหลาย ๆ แห่งเป็นสถานที่ที่ทั้งผู้มาเยือนและผู้อยู่อาศัยเพลิดเพลินได้ต่อไป”
หมายเหตุ
การสำรวจข้อมูลนี้จัดทำโดย Booking.com โดยสำรวจความคิดเห็นกับกลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 32,500 คนใน 35 ประเทศและดินแดน (โดยแบ่งเป็น 1,000 คนจากสหรัฐอเมริกา, 1,000 คนจากแคนาดา, 1,000 คนจากเม็กซิโก, 1,000 คนจากโคลอมเบีย, 1,000 คนจากบราซิล, 1,000 คนจากอาร์เจนตินา, 1,000 คนจากออสเตรเลีย, 500 คนจากนิวซีแลนด์, 1,000 คนจากอินเดีย, 1,000 คนจากจีน, 1,000 คนจากฮ่องกง, 1,000 คนจากไทย, 1,000 คนจากสิงคโปร์, 1,000 คนจากไต้หวัน, 1,000 คนจากเวียดนาม, 1,000 คนจากอินโดนีเซีย, 1,000 คนจากฟิลิปปินส์, 1,000 คนจากเกาหลีใต้, 1,000 คนจากญี่ปุ่น, 1,000 คนจากสเปน, 1,000 คนจากอิตาลี, 1,000 คนจากฝรั่งเศส, 500 คนจากสวิตเซอร์แลนด์, 1,000 คนจากสหราชอาณาจักร, 1,000 คนจากไอร์แลนด์, 1,000 คนจากเยอรมนี, 1,000 คนจากเนเธอร์แลนด์, 1,000 คนจากเบลเยียม, 1,000 คนจากเดนมาร์ก, 1,000 คนจากสวีเดน, 1,000 คนจากโครเอเชีย, 500 คนจากกรีซ, 500 คนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์, 1,000 คนจากแอฟริกาใต้ และ 500 คนจากเคนยา) ในการเข้าร่วมการสำรวจ กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องเคยเดินทางอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และต้องกำลังวางแผนการเดินทางในปี 2569 รวมทั้งเป็นผู้ตัดสินใจหลักหรือมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเดินทางของตนเอง แบบสอบถามนี้เปิดให้ทำทางออนไลน์ในเดือนมกราคม 2569 โดยช่วงอายุของแต่ละเจเนอเรชันที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย Gen Z (18–28 ปี), Millennials (29–44 ปี), Gen X (45–60 ปี) และ Baby Boomers (61 ปีขึ้นไป)
*แบบสำรวจพาร์ทเนอร์ ดำเนินการโดย Booking.com กับพาร์ทเนอร์จำนวน 3,715 ราย ในประเทศออสเตรเลีย, ออสเตรีย, บราซิล, จีน, โครเอเชีย, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เม็กซิโก, โปรตุเกส, สเปน, ไทย, สหราชอาณาจักร, และสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 3–16 กุมภาพันธ์ 2569
**รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 ของ Booking Holdings มีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 21 เมษายน 2569



